เพอร์เฟค - แกรนด์ แอสเสทฯ - ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จับมือวางแผนลุยเปิดโครงการต่อเนื่อง 4 ปี มูลค่ารวม 40,000 ล้าน

กลุ่มบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด ผู้นำในธุรกิจป่าไม้และธุรกิจก่อสร้างบ้านจากประเทศญี่ปุ่น ได้จัดให้มีพิธีฉลองความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตลอดจน แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ร่วมเป็นสักขีพยานในงาน


พร้อมกันนี้ ยังได้มีการแถลงถึงแผนการดำเนินงานภายใต้การร่วมทุน รวมถึงแผนธุรกิจในระยะยาว โดย คุณชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค คุณวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ คุณอาคิระ อิชิคาวะ ประธานบริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด และ คุณชิเกรุ ซาซาเบะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด

“ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” เป็นโครงการแรกที่จะเกิดขึ้นภายใต้การร่วมทุน โดยเป็นคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ขนาดพื้นที่ 2.5 ไร่ ริมถนนสุขุมวิทระหว่างสถานีบีทีเอสทองหล่อและเอกมัย อยู่ห่างจากสถานีทองหล่อ 350 เมตร สูง 45 ชั้น จำนวนประมาณ 300 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท กำหนดเปิดตัวโครงการและเริ่มก่อสร้างในปี 2561 ราคาขายเริ่มต้นจะอยู่ที่ตารางเมตรละ 300,000 บาท ซึ่ง ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จะเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอาคาร ตลอดจนแลนด์สเคปของโครงการ และจะนำวัสดุไม้จริงเข้ามาใช้ในโครงการด้วย รวมทั้งยังจะนำเทคโนโลยีและวัสดุก่อสร้างอันทันสมัยจากเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลก มาใช้เพื่อพัฒนาโครงการให้มีคุณภาพสูง

ทั้ง 3 องค์กร ยังวางแผนความร่วมมือกันในระยะยาว โดยมีแผนจะลงทุนพัฒนาโครงการร่วมกัน ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดต่อเนื่องทุกปี ภายในระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2563 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท โดยมีแผนจะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ เมื่อรวมกับ “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” จะเป็น 4 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 20,000 ล้านบาท ในส่วนของบ้านเดี่ยวก็เช่นกัน ที่มีแผนลงทุนร่วมกัน คิดเป็นมูลค่าอีก 20,000 ล้านบาท ในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า